ธ.ก.ส.ดัน 9 สถาบันการเงินชุมชน
คัดกรองแก้หนี้รากหญ้า-ตรวจหลักประกัน
ธ.ก.ส.ตั้งเป้า 6 เดือนหลัง ยกระดับสถาบันการเงินชุมชน 9 แห่ง รองรับกฎหมายใหม่คลอด
หนุนเป็นตัวแทนธนาคารช่วยคัดกรองลูกค้า-แก้หนี้-ตรวจสอบหลักประกันกู้เงิน
ฟันธงสินเชื่อปีนี้เข้าเป้า 86,000 หมื่นล้านบาท นายอภิรมย์
สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า
ในช่วงครึ่งหลังของปีบัญชี 2560/2561 นี้ (ต.ค. 60-มี.ค. 61) ธ.ก.ส.มีแผนยกระดับสถาบันการเงินชุมชน
เพื่อรองรับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถาบันการเงินชุมชนที่จะมีผลบังคับใช้ในเร็ว ๆ
นี้ โดยขณะนี้ได้ให้ ธ.ก.ส.ทั้ง 9 ภาค
คัดเลือกสถาบันการเงินชุมชนขึ้นมาภาคละ 1 แห่ง เพื่อนำร่อง
ซึ่งสถาบันการเงินชุมชนเหล่านี้นอกจากจะทำหน้าที่ตาม พ.ร.บ.สถาบันการเงินชุมชนแล้ว
ยังจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของ ธ.ก.ส.ในการทำกิจกรรม/ธุรกรรมต่างๆ
ตอนนี้กำลังคุยกันว่า กิจกรรมที่สถาบันการเงินชุมชนจะทำได้แทน ธ.ก.ส. จะมีอะไรบ้าง
ยกตัวอย่างเช่น บริหารจัดการหนี้แทนธนาคาร โดยจะให้สถาบันการเงินชุมชนที่พร้อมทดลองบริหารจัดการหนี้แทนธนาคารในช่วง
6 เดือนหลังนี้
ขณะเดียวกันก็ให้มีบทบาทกลั่นกรองลูกค้าแทนธนาคาร หรือการตรวจสอบหลักประกันเงินกู้
เป็นต้น
ขณะเดียวกันในช่วง 6 เดือนหลัง ธ.ก.ส.ยังมีแผนผลักดันส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนให้เป็นกลไกหลักในการจำหน่ายสินค้าชุมชน
เพื่อให้ชุมชนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
ซึ่งขณะนี้มีรายชื่อชุมชนเป้าหมายทั่วประเทศ 77 แห่งแล้ว
แต่จะนำร่องประมาณ 30 ชุมชนก่อนในปีบัญชีนี้ ทั้งนี้ ธนาคารกำลังเตรียมการยกระดับส่วนงานที่ตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้
ขึ้นมาเป็นสำนักท่องเที่ยวชุมชน เพื่อทำเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
นายอภิรมย์กล่าวว่า ปีบัญชี 2560/2561 นี้
ธ.ก.ส.ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 86,000 ล้านบาท
ซึ่งน่าจะเป็นไปได้ตามเป้าหมาย โดยธนาคารได้มีการแยกกลุ่มลูกค้าสินเชื่อไว้ด้วยกัน
3 กลุ่ม แบ่งเป็น กลุ่มแรก
การสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการด้านการเกษตร
ซึ่งตั้งเป้าปีนี้จะขยายสินเชื่อส่วนนี้เพิ่มขึ้น 45,500 ล้านบาท
ส่วนกลุ่มที่ 2 จะเป็นการยกระดับเกษตรกรขึ้นเป็นสมาร์ทฟาร์เมอร์
โดยตั้งเป้าขยายสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท
และส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มที่ 3 เกษตรกรรายย่อย (small)
ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
ทั้งนี้ สำหรับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนั้น ภายในเดือน พ.ย.นี้
จะมีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอเพิ่มวงเงินสินเชื่อฉุกเฉินอีก 5,000 ล้านบาท
หลังจากวงเงินที่เคยได้รับอนุมัติมาแล้ว 5,000 ล้านบาท
ใกล้เต็มวงเงิน นายอภิรมย์กล่าวด้วยว่า หลังจากช่วง 6 เดือนแรก
(เม.ย.-ก.ย. 60) ธ.ก.ส.จ่ายสินเชื่อเข้าสู่ภาคเกษตรไปแล้ว 316,000
ล้านบาท ขณะที่ในช่วง 6 เดือนหลัง (ต.ค. 60-มี.ค. 61) จะมีการจ่ายสินเชื่ออีก 480,000 ล้านบาท ครึ่งปีหลังจะมีทั้งสินเชื่อเพื่อการผลิตและสินเชื่อสถาบัน อาทิ
สินเชื่อเพื่อเข้าไปดูแลมันสำปะหลัง 1.8 หมื่นล้านบาท
สินเชื่อที่เกี่ยวกับการจัดการเรื่องข้าว 1.25 หมื่นล้านบาท
สินเชื่อข้าวโพดอีก 1,500 ล้านบาท เป็นต้น ซึ่งทั้งปีบัญชี 2560/2561
นี้ เราตั้งเป้าสินเชื่อโต 7% ก็คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย
นายอภิรมย์กล่าวรายงานจากกระทรวงการคลังระบุว่า ร่าง
พ.ร.บ.สถาบันการเงินชุมชน
มีวัตถุประสงค์เพื่อรับรององค์กรการเงินชุมชนให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
โดยจะกำหนดให้องค์กรการเงินชุมชนมีหน้าที่ในการบริหารจัดการและรับผิดชอบเงินของสมาชิกเอง
โดยมีธนาคารผู้ประสานงานสนับสนุนด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
และไม่มีบทบัญญัติให้หน่วยงานรัฐหรือธนาคารผู้ประสานงานมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการเงินของประชาชน
หรือกำหนดให้องค์กรการเงินชุมชนต้องแบ่งปันกำไรหรือนำส่งเงินให้กับหน่วยงานของรัฐแต่อย่างใด
นอกจากนี้ องค์กรการเงินชุมชนจะได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากธนาคารผู้ประสานงาน
ไม่ว่าจะเป็นในด้านของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการให้บริการทางการเงินขององค์กรการเงินชุมชน
การตรวจสอบด้านการบริหารจัดการและการบริหารความเสี่ยงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของสมาชิก
และการสนับสนุนทางการเงินเพื่อส่งเสริมและพัฒนาระบบองค์กรการเงินชุมชน
ซึ่งจะช่วยสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงานให้แก่องค์กรการเงินชุมชนอย่างมีเสถียรภาพ
สรุปข่าว ธ.ก.ส.ตั้งเป้า 6 เดือนหลัง (ต.ค. 60-มี.ค. 61)
จะยกระดับสถาบันการเงินชุมชน 9 แห่ง
หนุนเป็นตัวแทนธนาคารช่วยคัดกรองลูกค้า-แก้หนี้-ตรวจสอบหลักประกันกู้เงิน
ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 86,000 ล้านบาท โดยได้แบ่งกลุ่มลูกค้าไว้เป็น
3 กลุ่ม คือ
1.การสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการด้านการเกษตรกร
ซึ่งมีเป้าหมายไว้ว่าเพิ่มขึ้น 45,500 ล้านบาท
2.เป็นการยกระดับเกษตรกรขึ้นเป็นสมาร์ทฟาร์เมอร์
มีการขยายสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท
3.เกตรกรรายย่อย
ซึ่งส่วนนี้จะเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
บทวิเคราะห์ การที่ ธกส.
มีการตั้งเป้าหมายในการที่จะยกระดับสถาบันการเงินชุมชนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในประเทศนั้น
ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้าไม่มีพวกกลุ่มเกษตรกรพวกนี้
ประเทศอาจจะขาดรายได้หลายล้านบาทได้เลย
เพราะประเทศเรานั้นถือว่าอุดมสมบูรณ์มากในการผลิตสินค้าการเกษตร
ควรที่จะสนับสนุนให้มาก ๆ ขึ้นไปเรื่อย ๆ พวกเกษตรกรจะได้มีรายได้และกำลังใจในการทำเกษตรต่อไปสืบทอดไปยังลูกๆ
หลานๆ ของพวกเขา

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น