รูปแบบ (Model) การดำเนินงานสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน
รูปแบบการดำเนินงาน
สถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน
1กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นแกนหลักในการจัดตั้ง
2สมาชิก
คือกลุ่ม/องค์กรการเงินในชุมชน/หมู่บ้าน
3คณะกรรมการสถาบันฯ จำนวน 1 คณะ จาก
ตัวแทนกลุ่ม/ผู้นำ/ผู้ทรงคุณวุฒิ
(ร่วมกันบริหาร)
4ระเบียบข้อบังคับสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน (ระเบียบกลางใช้ร่วมกัน)
5บริหารจัดการหนี้ 1
ครัวเรือน 1 สัญญา
หมายเหตุ
กรณีที่ในพื้นที่ไม่มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่เข้มแข็ง
สามารถพิจารณาให้กลุ่ม/
องค์กร/กองทุนการเงินอื่น
เป็นแกนหลักในการจัดตั้งสถาบันฯ ก็ได้ โดยให้คำนึงถึงว่ากลุ่ม/องค์กร/
กองทุนการเงิน ต้องมีลักษณะดังนี้
มีการจัดตั้งและบริหารโดยคนในชุมชน
เป็นกลุ่ม/องค์กร/กองทุนการเงิน ที่เข้มแข็ง
คณะกรรมการกลุ่ม มีความน่าเชื่อถือ
เป็นที่เคารพของคนในชุมชน
สถาบันการเงินชุมชน
การก่อเกิด
สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
(สทบ.) ต่อยอดการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านฯ จัดตั้งเป็นสถาบันการเงินชุมชน เพื่อทำหน้าที่เป็นธนาคารของชุมชนภายใต้การสนับสนุนของธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
(ธ.ก.ส.)
นิยาม
องค์กรทางการเงินภาคประชาชนที่ทำหน้าที่หลักโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการส่งเสริมให้
ประชาชนในชุมชนได้มีการเก็บออมทรัพย์
ที่มีความมั่นคงสะดวก ประหยัด ปลอดภัย ขยายโอกาสให้สมาชิกและประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนตามความจำเป็นเพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพ
แก้ไขปัญหาและเสริมสร้างความมั่นคงของบุคคลและครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
กล่าวโดยสรุป
“ ธนาคารของชุมชนที่มีการบริหารจัดการโดยชุมชน และ นำผลประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชน
”
หลักการ
หลักการ
ให้บริการทางการเงิน
ทำหน้าที่เสมือนธนาคารเนื่องจากความต้องการของคนในชุมชนที่ต้องการจะฝากเงินต้องการมีสถานที่เก็บออมเงินที่มั่นคงปลอดภัย
การบริหารจัดการทำหน้าที่เสมือนธนาคารหน้าที่
1. ให้บริการรับฝากเงินกับคนในชุมชน
เจ้าของกิจการหน่วยราชการทั้งฝากออมทรัพย์/เผื่อเรียก/ประจำ
2. ให้บริการสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ
เพื่อการลงทุนและอุปโภคบริโภค
3. ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ เช่น
รับชำระค่าสาธารณูปโภค
คณะกรรมการประกอบด้วย
1. คณะกรรมการบริหารสถาบันการเงินชุมชน
2. คณะกรรมการตรวจสอบ
บทบาทหน้าที่และวางกรอบแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้
1) แต่งตั้งบุคลากรทำหน้าที่บริหารสถาบันการเงินชุมชน
2) กำหนดหน้าที่พนักงานทุกระดับ
3) กำหนดวงเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ พร้อมกำหนดระยะเวลาชำระคืน
โดยพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้อาชีพ
และรายได้ให้เหมาะสมกับท้องถิ่นนั้น ๆ
4) กำหนดธุรกรรมการเงิน เช่น การฝากเงิน ประเภทออมทรัพย์/เผื่อเรียก/ประจำการกู้เงินประเภทระยสั้น/กลาง/ยาว
การบริการรับชำระค่าบริการต่างๆ
5) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
6) กำหนดขั้นตอนแต่ละขั้นตอนของระบบการทำงาน
เช่น ปล่อยกู้เงิน การฝากเงิน การถอนเงิน
7) กำหนดการจัดซื้ออุปกรณ์สำนักงาน
8) กำหนดค่าตอบแทนบุคลากร
9) กำหนดการช่วยเหลือสวัสดิการด้านต่าง ๆ เช่น
เกิด แก่ เจ็บ ตาย
10) ดูแลการบริหารด้านงบการเงินต่าง ๆ เช่น
รายได้ - ค่าใช้จ่าย กำไร - ขาดทุน และเผยแพร่งบการเงิน
ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วสู่สาธารณชน เพื่อความโปร่งใส
ในการบริหารงาน
11) วางแผนงานกำหนดนโยบาย
ฝ่ายสำนักงานสถาบันการเงิน ประกอบด้วย
- ผู้จัดการสถาบันการเงินชุมชน 1 คน
- พนักงานการเงิน 1
- 2 คน
- พนักงานับัญชี 1
- 2 คน
- พนักงานสินเชื่อ 1
- 2 คน
(โดยมีธนาคารออมสิน/ธ.ก.ส. เป็นที่ปรึกษา)
คุณสมบัติหมู่บ้านที่มีความพร้อมในการจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน
1. มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเข้มแข็ง
สามารถเป็นแกนหลักในการจัดตั้งสถาบันฯ
ต้องมีคุณสมบัติครบทั้ง
4 ข้อ
- ผ่านการประเมินการจัดระดับการพัฒนา
- กลุ่มออมทรัพย์ฯ อยู่ในระดับ 2 หรือระดับ 3
- คณะกรรมการฯ มีความพร้อมและสมัครใจ
- มีความน่าเชื่อถือ และประชาชนในหมู่บ้าน
ให้การยอมรับ
1. ได้รับการตรวจสุขภาพทางการเงินและผ่านการประเมินการตรวจสุขภาพ
2. มีกลุ่ม
องค์กร กองทุนการเงินอยู่ใน หมู่บ้าน/ชุมชน ไม่น้อยกว่า 3
กลุ่ม
3. มีสถานที่ทำการพร้อมดำเนินงานสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนสถานที่จะใช้ร่วมกับกลุ่ม/องค์กร/กองทุนการเงินอื่น
ๆ หรือเป็นเอกเทศก็ได้
4. มีผู้นำชุมชน และตัวแทนกลุ่ม/องค์กร/กองทุนการเงินชุมชนที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน
5. ศักยภาพของหมู่บ้าน/ชุมชน
การบริหารจัดการดอกเบี้ยเงินกู้
ตามที่กล่าวไปแล้วในวิธีการบริหารจัดการหนี้ไปสู่ 1 ครัวเรือน 1 สัญญา ว่าการปรับลดอัตรา
ดอกเบี้ยเงินกู้ให้ของกลุ่ม/องค์กร/กองทุนการเงิน
ที่เป็นสมาชิกสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนให้มีอัตรา
ดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากันหรือตามความเหมาะสม
เป็นขั้นตอนหนึ่งในการบริหารจัดการหนี้ แต่หลายคนยัง
มีข้อสงสัยว่าการจัดสรรผลประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อัตราใหม่ที่สถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน
บริหารจัดการหนี้ให้เป็น
1 สัญญา ได้อย่างไร ??? หัวข้อนี้จะเสนอแนะตัวอย่างวิธีการบริหารจัดการ
ดอกเบี้ยเงินกู้โดยสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน
ไว้เป็นแนวทางเพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการ
ดำเนินงานสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน
ธ.ก.ส
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ลูกค้าสหกรณ์
กลุ่ม องค์กร
วัตถุประสงค์
1. เพื่อส่งเสริมหรือสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มีประสิทธิภาพในด้านการลงทุน การผลิต และการตลาด เช่น การสร้างตลาดนัดหรือตลาดสด โรงฆ่าสัตว์
2. เพื่อส่งเสริม สนับสนุนชุมชนให้มีความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจ หรือ การดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการลดค่าใช้จ่าย และการพึ่งพาตนเองของชุมชน เช่น โรงสีชุมชน โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์
3. เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในลักษณะต่อไป
3.1 การศึกษา การอบรม การสัมมนา ดูงานหรือฝึกงาน ในด้าน การส่งเสริมอาชีพหรือพัฒนาอาชีพ เช่น ส่งเสริมเครื่องมือให้กลุ่มอาชีพ
3.2 การจัดหาปัจจัยอื่นที่จำเป็นในการดำรงชีวิต เช่น โรงรับจำนำ โรงพยาบาลชุมชนตามโครงการของรัฐหรือของธนาคาร
4. เพื่อดำเนินการที่สอดคล้องกับแนวนโยบายส่งเสริมการเกษตรและการพัฒนาชนบทตามโครงการของรัฐหรือของธนาคาร
1. เพื่อส่งเสริมหรือสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มีประสิทธิภาพในด้านการลงทุน การผลิต และการตลาด เช่น การสร้างตลาดนัดหรือตลาดสด โรงฆ่าสัตว์
2. เพื่อส่งเสริม สนับสนุนชุมชนให้มีความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจ หรือ การดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการลดค่าใช้จ่าย และการพึ่งพาตนเองของชุมชน เช่น โรงสีชุมชน โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์
3. เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในลักษณะต่อไป
3.1 การศึกษา การอบรม การสัมมนา ดูงานหรือฝึกงาน ในด้าน การส่งเสริมอาชีพหรือพัฒนาอาชีพ เช่น ส่งเสริมเครื่องมือให้กลุ่มอาชีพ
3.2 การจัดหาปัจจัยอื่นที่จำเป็นในการดำรงชีวิต เช่น โรงรับจำนำ โรงพยาบาลชุมชนตามโครงการของรัฐหรือของธนาคาร
4. เพื่อดำเนินการที่สอดคล้องกับแนวนโยบายส่งเสริมการเกษตรและการพัฒนาชนบทตามโครงการของรัฐหรือของธนาคาร
คุณสมบัติผู้กู้
ต้องเป็น อปท. ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะของแต่ละประเภท ดำเนินกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีความมั่นคง สามารถปิดบัญชีได้ทุกปี ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมืองพัทยาและกรุงเทพฯ
ต้องเป็น อปท. ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะของแต่ละประเภท ดำเนินกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีความมั่นคง สามารถปิดบัญชีได้ทุกปี ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมืองพัทยาและกรุงเทพฯ
หลักประกัน
1. อสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นประกัน
2. เงินฝากในบัญชีที่ฝากไว้กับ ธ.ก.ส.
3. คณะผู้บริหารของ อปท. เป็นผู้ค้ำประกัน
4. มีหลักประกันอื่นตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร
1. อสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นประกัน
2. เงินฝากในบัญชีที่ฝากไว้กับ ธ.ก.ส.
3. คณะผู้บริหารของ อปท. เป็นผู้ค้ำประกัน
4. มีหลักประกันอื่นตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร
วงเงินกู้
ไม่เกิน 25 ล้านบาท ต่อแห่ง กรณีขอกู้เงินต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร
ไม่เกิน 25 ล้านบาท ต่อแห่ง กรณีขอกู้เงินต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร
อัตราดอกเบี้ย
การคิดดอกเบี้ยเงินกู้ตามโครงการให้กำหนดตามประเภทหลักประกัน ดังนี้
1. กรณีใช้เงินฝากเป็นประกันเต็มวงเงินกู้ คิดดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่นำมาฝากบวกด้วยอัตราดอกเบี้ยเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 1.00 ต่อปี
2. กรณีใช้บุคคลค้ำประกัน(คณะผู้บริหารค้ำประกันเงินกู้ในฐานะส่วนตัว)ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับ MLR
3. กรณีใช้บุคคลค้ำประกัน(คณะผู้บริหารค้ำประกันเงินกู้ในฐานะส่วนตัว)และมีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ ดังนี้
3.1 มีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของเงินกู้ ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ เท่ากับ MLR – 0.25 %
3.2 มีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของเงินกู้ ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ เท่ากับ MLR – 0.50 %
3.3 มีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของเงินกู้ ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ เท่ากับ MLR – 0.75 %
3.4 มีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของเงินกู้ ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับ MLR – 1.00 %
3.5 มีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของเงินกู้ ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับ MLR – 1.25 %
การคิดดอกเบี้ยเงินกู้ตามโครงการให้กำหนดตามประเภทหลักประกัน ดังนี้
1. กรณีใช้เงินฝากเป็นประกันเต็มวงเงินกู้ คิดดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่นำมาฝากบวกด้วยอัตราดอกเบี้ยเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 1.00 ต่อปี
2. กรณีใช้บุคคลค้ำประกัน(คณะผู้บริหารค้ำประกันเงินกู้ในฐานะส่วนตัว)ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับ MLR
3. กรณีใช้บุคคลค้ำประกัน(คณะผู้บริหารค้ำประกันเงินกู้ในฐานะส่วนตัว)และมีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ ดังนี้
3.1 มีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของเงินกู้ ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ เท่ากับ MLR – 0.25 %
3.2 มีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของเงินกู้ ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ เท่ากับ MLR – 0.50 %
3.3 มีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของเงินกู้ ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ เท่ากับ MLR – 0.75 %
3.4 มีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของเงินกู้ ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับ MLR – 1.00 %
3.5 มีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของเงินกู้ ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับ MLR – 1.25 %
ระยะเวลาการชำระหนี้เงินกู้
- เงินกู้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนในการดำเนินการ ให้ชำระคืนต้นเงินและดอกเบี้ยให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน พิเศษไม่เกิน 18 เดือน
- เงินกู้เพื่อเป็นค่าลงทุน ให้ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นรายงวดตามที่มาของรายได้ ไม่เกิน 15 ปี พิเศษไม่เกิน 20 ปี
- เงินกู้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนในการดำเนินการ ให้ชำระคืนต้นเงินและดอกเบี้ยให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน พิเศษไม่เกิน 18 เดือน
- เงินกู้เพื่อเป็นค่าลงทุน ให้ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นรายงวดตามที่มาของรายได้ ไม่เกิน 15 ปี พิเศษไม่เกิน 20 ปี
เอกสารประกอบการกู้
1. โครงการที่ขอกู้ ประกอบด้วย
- วัตถุประสงค์ที่ขอกู้
- วงเงินกู้ที่ขอกู้
- แผนการใช้เงินกู้และชำระคืนเงินกู้
- หลักประกันที่เสนอ
2. รายละเอียดโครงการก่อสร้าง
3. สำเนารายงานการประชุมสภาที่เห็นชอบโครงการ
4. สำเนาหนังสืออนุมัติให้ อปท. กู้เงิน จากนายอำเภอหรือผู้ว่า ฯ
5. สำเนาหนังสือแต่งตั้งนายกของ อปท.
6. งบแสดงฐานะทางการเงินและการคลัง
1. โครงการที่ขอกู้ ประกอบด้วย
- วัตถุประสงค์ที่ขอกู้
- วงเงินกู้ที่ขอกู้
- แผนการใช้เงินกู้และชำระคืนเงินกู้
- หลักประกันที่เสนอ
2. รายละเอียดโครงการก่อสร้าง
3. สำเนารายงานการประชุมสภาที่เห็นชอบโครงการ
4. สำเนาหนังสืออนุมัติให้ อปท. กู้เงิน จากนายอำเภอหรือผู้ว่า ฯ
5. สำเนาหนังสือแต่งตั้งนายกของ อปท.
6. งบแสดงฐานะทางการเงินและการคลัง
สินเชื่อสหกรณ์ออมทรัพย์
หลักเกณฑ์และคุณสมบัติทั่วไปของสหกรณ์ที่ขอใช้สินเชื่อ
ดำเนินธุรกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
และมีกำไรตามสมควร โดยมีการจัดทำบัญชีที่แสดงฐานะทางการเงินที่สามารถตรวจสอบได้
มีฐานะการเงินที่มั่นคง โดยสหกรณ์ควรที่จะมีเงินทุนของตนเองเพิ่มขึ้นหรือเท่าเดิม
เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมา
มีการบริหารจัดการที่ดี
ไม่มีการทุจริตหรือข้อบกพร่องในการดำเนินงานที่เป็นสาระสำคัญ
สมาชิกให้ความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจกับสหกรณ์ด้วยดี
ประกอบธุรกิจส่วนใหญ่กับสมาชิก
ไม่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริต
การชำระหนี้หรือล้มละลาย และฟื้นฟูกิจการ
ประเภทเงินกู้
ธ.ก.ส.
สนับสนุนให้สินเชื่อแก่สหกรณ์นอกภาคการเกษตรเพื่อใช้ในการดำเนินงานของสหกรณ์
ดังนี้
เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
ได้แก่ เงินทุนให้สมาชิกกู้ต่อ จัดหาสินค้าหรือบริการให้สมาชิก
รวบรวมผลผลิตหรือแปรรูปผลิตภัณฑ์ของสมาชิก หรือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
เป็นต้น
เพื่อเป็นค่าลงทุนในการดำเนินธุรกิจ
ได้แก่ การลงทุนในสินทรัพย์ประจำ ค่าปรับปรุงซ่อมแซมทรัพย์สิน
ค่าลงทุนตามแผนงานต่างๆ เป็นต้น
วงเงินให้กู้
กู้เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
ตามความจำเป็นของสหกรณ์
กู้เพื่อเป็นค่าลงทุนในการดำเนินธุรกิจ
ตามความจำเป็นของโครงการหรือแผนงาน
ระยะเวลาในการชำระคืนเงินกู้
เงินกู้เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
ระยะเวลาการชำระหนี้เงินกู้ไม่เกิน 5 ปี
เบิกเงินกู้และชำระคืนได้เหมือนกับการเบิกเงินเกินบัญชี ชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือน
กำหนดชำระเงินต้นขั้นต่ำเป็นงวด รายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี
ตามกระแสเงินสดของสหกรณ์
เงินกู้เพื่อเป็นค่าลงทุนในการดำเนินธุรกิจ
ระยะเวลาการชำระเงินกู้ไม่เกิน 15 ปี กรณีพิเศษไม่เกิน 20 ปี
ชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยเป็นรายเดือน
หลักประกันเงินกู้
จำนองอสังหาริมทรัพย์เป็นประกัน
ใช้พันธบัตรรัฐบาล หรือเงินฝากเป็นประกัน
คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เป็นผู้คำประกัน
(เปลี่ยนตามวาระการดำรงตำแหน่ง)
อัตราดอกเบี้ย
ตามประกาศของธนาคาร โดยพิจารณาจากการประเมินปัจจัยความเสี่ยงของผู้กู้แต่ละราย
เอกสารประกอบการขอกู้
คำขอกู้เงิน
สำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์
สำเนาหนังสือแจ้งวงเงินกู้ยืมหรือหนังสือค้ำประกันประจำปีจากนายทะเบียนสหกรณ์
รายงานกิจการประจำปีย้อนหลัง 3 ปี
ประมาณการกระแสเงินสดในรอบ 12 เดือน
สำเนาหนังสือสำคัญการจดทะเบียน
ข้อบังคับ/ระเบียบสหกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
งบทดลอง 3 เดือนย้อนหลัง
รายงานผู้ตรวจสอบบัญชีปีล่าสุดฉบับที่มีการวิเคราะห์ด้านการเงิน
ด้านการบริหารฯลฯ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น